ความรู้เรื่องโลหะ

รู้จักเกรดอลูมิเนียม ก่อนเลือกซื้อ

เข้าใจซีรีส์อลูมิเนียมตั้งแต่ 1xxx ถึง 7xxx และความหมายของรหัส Temper (เช่น H112, T6, T651) แบบเข้าใจง่าย ไม่ต้องมีพื้นฐานวิศวกรรม

ซีรีส์อลูมิเนียม 1-7 ระบบ Temper คืออะไร 5083: H111/H112/H116 6061: T6/T651 เกรดอื่นๆ การเชื่อม MIG/TIG

อลูมิเนียมแต่ละ "เกรด" ถูกจัดกลุ่มด้วยระบบตัวเลข 4 หลัก โดยตัวเลขหลักแรกบ่งบอกว่าอลูมิเนียมนั้นผสมกับธาตุอะไรเป็นหลัก ซึ่งจะกำหนดคุณสมบัติ เช่น ความแข็งแรง การทนการกัดกร่อน และความสามารถในการเชื่อม/ขึ้นรูป นอกจากเกรดแล้ว ยังมี "Temper" หรือสภาพการอบ/ขึ้นรูป ต่อท้ายชื่อเกรด (เช่น 6061-T6, 5083-H112) ซึ่งบอกว่าอลูมิเนียมแผ่นนั้นผ่านกระบวนการทางความร้อนหรือการรีดแบบไหนมา — มีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงที่ได้จริง

Aluminum Series

ซีรีส์อลูมิเนียม 1xxx – 7xxx

ตัวเลขหลักแรกของเกรด บอกว่าผสมกับธาตุใดเป็นหลัก ซึ่งกำหนดคุณสมบัติของอลูมิเนียมนั้นๆ

1xxx

อะลูมิเนียมบริสุทธิ์

Al ≥ 99%

ทนการกัดกร่อนดีเยี่ยม นำไฟฟ้า/ความร้อนสูง ขึ้นรูปง่ายมาก แต่ความแข็งแรงต่ำสุดในทุกซีรีส์ ไม่สามารถชุบแข็งด้วยความร้อนได้ เพิ่มความแข็งแรงได้ด้วยการรีดเย็น (strain hardening) เท่านั้น

งานที่นิยมใช้: แผ่นสะท้อนแสง บรรจุภัณฑ์ งานไฟฟ้า แผ่นลายตีนเป็ด

ร้านมี: เกรด 1100
2xxx

อะลูมิเนียม-ทองแดง

Al-Cu

ความแข็งแรงสูงมาก ใกล้เคียงเหล็กกล้าบางเกรด ชุบแข็งด้วยความร้อนได้ (heat-treatable) แต่ทนการกัดกร่อนต่ำกว่ากลุ่มอื่น มักต้องเคลือบผิวป้องกัน และเชื่อมได้ยากกว่า

งานที่นิยมใช้: ชิ้นส่วนอากาศยาน โครงสร้างรับแรงสูง

ยังไม่มีจำหน่ายที่ร้าน
3xxx

อะลูมิเนียม-แมงกานีส

Al-Mn

ความแข็งแรงปานกลาง สูงกว่า 1xxx เล็กน้อย ทนการกัดกร่อนดี ขึ้นรูปและเชื่อมง่าย ไม่ชุบแข็งด้วยความร้อน เพิ่มความแข็งแรงด้วยการรีดเย็นเช่นเดียวกับ 1xxx

งานที่นิยมใช้: ถังเก็บสาร หม้อครัว งานหลังคา

ยังไม่มีจำหน่ายที่ร้าน
4xxx

อะลูมิเนียม-ซิลิคอน

Al-Si

จุดหลอมเหลวต่ำกว่ากลุ่มอื่น ไหลตัวดีตอนหลอมละลาย จึงนิยมใช้ทำลวดเชื่อม (welding wire/filler rod) และแผ่นตกแต่งสถาปัตยกรรมที่ต้องการสีเข้มขึ้นเมื่อ anodize

งานที่นิยมใช้: ลวดเชื่อม งานตกแต่งสถาปัตยกรรม

ยังไม่มีจำหน่ายที่ร้าน
5xxx

อะลูมิเนียม-แมกนีเซียม

Al-Mg

ทนการกัดกร่อนดีเยี่ยม โดยเฉพาะในน้ำทะเล เชื่อมง่าย ความแข็งแรงปานกลางถึงค่อนข้างสูง ไม่ชุบแข็งด้วยความร้อน เพิ่มความแข็งแรงด้วยการรีดเย็น (H-temper)

งานที่นิยมใช้: ต่อเรือ ถังบรรจุ งานโครงสร้างกลางแจ้ง งานยานยนต์

ร้านมี: เกรด 5052, 5083
6xxx

อะลูมิเนียม-แมกนีเซียม-ซิลิคอน

Al-Mg-Si

สมดุลระหว่างความแข็งแรง ทนการกัดกร่อน และเชื่อม/ขึ้นรูปง่าย รีดเป็นรูปทรงพิเศษ (extrusion) ได้ดีที่สุดในบรรดาทุกซีรีส์ ชุบแข็งด้วยความร้อนได้ จึงถูกใช้งานกว้างขวางที่สุด

งานที่นิยมใช้: โครงสร้างอาคาร เฟอร์นิเจอร์ กรอบหน้าต่าง ชิ้นส่วนเครื่องจักร

ร้านมี: เกรด 6061, 6063
7xxx

อะลูมิเนียม-สังกะสี

Al-Zn

ความแข็งแรงสูงที่สุดในบรรดาอะลูมิเนียมทั้งหมด ใกล้เคียงเหล็กกล้าบางเกรด ชุบแข็งด้วยความร้อนได้ แต่ทนการกัดกร่อนต่ำกว่า 5xxx/6xxx และเชื่อมได้ยากกว่า ราคาสูงกว่าซีรีส์อื่น

งานที่นิยมใช้: ชิ้นส่วนอากาศยาน อุปกรณ์กีฬา แม่พิมพ์รับแรงสูง

ร้านมี: เกรด 7075
หมายเหตุ: ADC12 (ที่ใช้กับอลูมิเนียมดายแคสติ้ง) เป็นเกรดในกลุ่มโลหะผสมสำหรับหล่อ (casting alloy) ซึ่งใช้ระบบการจัดกลุ่มคนละแบบกับซีรีส์ 1xxx-7xxx ด้านบนที่เป็นกลุ่มโลหะรีด/ขึ้นรูป (wrought alloy)

Temper Designation

รหัส Temper ต่อท้ายเกรด คืออะไร

ตัวอักษร/ตัวเลขที่ต่อท้ายชื่อเกรด (เช่น -H112, -T6) บอกว่าอลูมิเนียมแผ่นนั้นผ่านกระบวนการอะไรมา ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงจริงที่ได้ ไม่ใช่แค่ชนิดเกรดอย่างเดียว

รหัส H — Strain Hardened

ใช้กับกลุ่มที่ "ชุบแข็งด้วยความร้อนไม่ได้" (1xxx, 3xxx, 5xxx) เพิ่มความแข็งแรงด้วยการรีดเย็น (cold working) แทน

  • H1x รีดเย็นอย่างเดียว ไม่ผ่านการอบใดๆ เพิ่มเติม
  • H2x รีดเย็น แล้วอบอ่อนบางส่วน (partially annealed)
  • H3x รีดเย็น แล้วรักษาเสถียรภาพด้วยความร้อนต่ำ (stabilized)

ตัวเลขหลักที่สอง (1-9) บ่งบอกระดับความแข็ง: ยิ่งเลขสูง ยิ่งแข็งแรงมาก (1 = อ่อนสุด, 8 = full hard, 9 = extra hard)

รหัส T — Heat Treated

ใช้กับกลุ่มที่ "ชุบแข็งด้วยความร้อนได้" (2xxx, 6xxx, 7xxx) ผ่านกระบวนการอบละลาย (solution heat treat) และบ่ม (aging) เพื่อดึงความแข็งแรงสูงสุดออกมา

  • T4 อบละลาย + บ่มตามธรรมชาติ (natural aging)
  • T5 ทำเย็นจากขึ้นรูปร้อน + บ่มเทียม โดยไม่อบละลายใหม่
  • T6 อบละลาย + บ่มเทียม (artificial aging) — ได้ความแข็งแรงสูงสุด

ตัวเลขต่อท้าย T6 (เช่น T651, T652) หมายถึงผ่านการคลายความเค้นภายในเพิ่มเติมหลังชุบแข็ง — รายละเอียดดูหัวข้อ 6061 ด้านล่าง

ตัวอย่างจริง — เกรด 5083

H111 vs H112 vs H116 ต่างกันอย่างไร

5083 เป็นเกรดในกลุ่ม 5xxx (ไม่ชุบแข็งด้วยความร้อน) จึงใช้รหัส H ทั้งหมด แต่แต่ละแบบเหมาะกับงานต่างกัน

H111

ผ่านการอบอ่อน (annealed) แล้วมีความแข็งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขึ้นรูป/ขนย้ายระหว่างผลิต แต่น้อยกว่า H11 — เป็น temper ที่ "อ่อนที่สุด" ในสามแบบนี้

เหมาะกับ: งานที่ต้องการขึ้นรูป/ดัดโค้งเพิ่มเติม ต้องการความอ่อนตัวสูง

H112

ได้ความแข็งแรงบางส่วนจากกระบวนการผลิตทั่วไป โดยไม่ได้ควบคุมการรีดเย็น/บ่มแบบเฉพาะเจาะจง แต่มีการทดสอบรับประกันค่าความแข็งแรงขั้นต่ำ เป็น temper มาตรฐานที่พบทั่วไปสำหรับแผ่นหนา (plate)

เหมาะกับ: งานโครงสร้างทั่วไป ไม่ได้เน้นสภาพแวดล้อมทางทะเลโดยเฉพาะ

H116

ออกแบบมาเฉพาะสำหรับอลูมิเนียมกลุ่มแมกนีเซียมสูง (เช่น 5083, 5086) ผ่านการควบคุมโครงสร้างจุลภาคเพื่อต้านทาน "exfoliation corrosion" (การกัดกร่อนแบบลอกเป็นชั้น) ตามมาตรฐาน ASTM B928

เหมาะกับ: งานต่อเรือ ถังเก็บของเหลว หรือสิ่งแวดล้อมทางทะเล/ความชื้นสูง

สินค้าเกรด 5083 ที่ร้านมีจำหน่ายปัจจุบันเป็น Temper H112 — หากต้องการ H111 หรือ H116 สำหรับงานเฉพาะทาง สอบถามสต๊อกกับทีมงานได้โดยตรง

ตัวอย่างจริง — เกรด 6061

T6 vs T651 ต่างกันอย่างไร

6061 อยู่ในกลุ่ม 6xxx (ชุบแข็งด้วยความร้อนได้) ทั้งสอง temper ผ่านกระบวนการอบละลาย + บ่มเทียมเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ขั้นตอนสุดท้าย

T6

อบละลาย (solution heat treat) แล้วบ่มเทียม (artificial aging) เพื่อดึงความแข็งแรงสูงสุดของเกรดนี้ออกมา เป็น temper พื้นฐานที่ให้คุณสมบัติทางกลครบถ้วนตามสเปก

T651

ผ่านกระบวนการเหมือน T6 ทุกอย่าง แต่เพิ่มขั้นตอน "คลายความเค้นด้วยการดึงยืด" (stress-relieved by stretching) หลังชุบแข็ง เพื่อลดความเค้นภายในที่เกิดจากการชุบน้ำ (quenching) ทำให้แผ่น/แท่งไม่บิดงอหรือเคลื่อนตัวเวลานำไปกลึง เจาะ หรือกัดขึ้นรูปต่อ (machining) — จึงเป็น temper ที่นิยมใช้กับงานที่ต้องแปรรูปต่อด้วย CNC

หลักการเดียวกันนี้ใช้อธิบายรหัส T651 ของเกรด 7075 ได้เช่นกัน — คือ T6 บวกขั้นตอนคลายความเค้นด้วยการดึงยืด เพื่อความเสถียรก่อนนำไปแปรรูป

เกรดอื่นๆ ที่ร้านมีจำหน่าย

Temper ที่พบทั่วไปในแต่ละเกรด

ภาพรวม Temper ที่ตลาดนิยมใช้กับแต่ละเกรด เพื่อให้เข้าใจหลักการก่อนสอบถามสต๊อกจริงกับร้าน

1100

กลุ่มไม่ชุบแข็งด้วยความร้อน ตลาดทั่วไปมักมีทั้งแบบอ่อน (O) และแบบรีดเย็นเพิ่มความแข็ง (เช่น H14, H24) โดยเฉพาะแผ่นลายตีนเป็ดมักใช้แบบรีดเย็นเพื่อความทนทานต่อการเสียดสี

5052

กลุ่มไม่ชุบแข็งด้วยความร้อนเช่นกัน ตลาดทั่วไปมักมี H32 หรือ H34 (รีดเย็น+รักษาเสถียรภาพ ความแข็งระดับปานกลาง) ให้สมดุลระหว่างความแข็งแรงและความสามารถในการขึ้นรูป

6063

กลุ่มชุบแข็งด้วยความร้อนได้ นิยมรีดเป็นรูปทรงพิเศษ (extrusion) ตลาดทั่วไปมักมี T5 (ความแข็งแรงปานกลาง เหมาะงานทั่วไป) หรือ T6 (แข็งแรงกว่า) แล้วแต่ล็อตการผลิต

7075

กลุ่มชุบแข็งด้วยความร้อนได้ ความแข็งแรงสูงสุด นิยม T6 (แข็งแรงสูงสุด) และ T651 (T6 + คลายความเค้น เหมาะงานแปรรูปต่อ) เช่นเดียวกับหลักการของ 6061

หมายเหตุ: Temper ที่ระบุในหัวข้อนี้เป็นข้อมูลทั่วไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อความเข้าใจหลักการเท่านั้น Temper ที่ร้านมีสต๊อกจริงในแต่ละล็อตอาจแตกต่างกัน กรุณาสอบถามทีมงานเพื่อยืนยันก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

Aluminum Welding

เชื่อมอลูมิเนียมด้วย MIG หรือ TIG ดี

อลูมิเนียมเชื่อมยากกว่าเหล็ก เพราะมีชั้นออกไซด์ (aluminum oxide) เคลือบผิวอยู่ ทนความร้อนสูงกว่าเนื้อโลหะมาก และนำความร้อนเร็วมาก จึงต้องเลือกวิธีเชื่อมและตั้งค่าเครื่องให้เหมาะสมกับงาน

MIG — Metal Inert Gas (GMAW)

เชื่อมด้วยลวดป้อนอัตโนมัติผ่านหัวเชื่อม ใช้แก๊สอาร์กอนบริสุทธิ์ (pure Argon) หรือผสมฮีเลียมเป็นแก๊สปกคลุมแนวเชื่อม เชื่อมได้เร็ว เหมาะกับงานชิ้นใหญ่/หนา และงานที่ต้องเชื่อมต่อเนื่องปริมาณมาก

  • ความเร็วสูง เหมาะงานผลิตหรือแนวเชื่อมยาวต่อเนื่อง
  • เหมาะกับงานหนาตั้งแต่ประมาณ 3 มม. ขึ้นไป
  • ต้องใช้ spool gun หรือ push-pull gun เพราะลวดอลูมิเนียมอ่อน ป้อนผ่านสายเชื่อมยาวแบบปกติได้ยาก
  • ลวดเชื่อมที่นิยม: ER4043 (ทั่วไป แตกร้าวยาก) หรือ ER5356 (แข็งแรงกว่า เหมาะกับกลุ่ม 5xxx)

TIG — Tungsten Inert Gas (GTAW)

เชื่อมด้วยหัวทังสเตนที่ไม่หลอมละลาย ป้อนลวดเติมด้วยมือแยกต่างหาก ใช้แก๊สอาร์กอนบริสุทธิ์ ต้องใช้เครื่องเชื่อมกระแสสลับ (AC) เพื่อ "ล้าง" ชั้นออกไซด์บนผิวอลูมิเนียมออกก่อนเชื่อม ควบคุมบ่อหลอมได้ละเอียด แนวเชื่อมสวยเรียบร้อยที่สุด

  • ควบคุมความร้อนและบ่อหลอมได้ละเอียดที่สุด
  • เหมาะกับงานแผ่นบาง งานละเอียด และงานที่ต้องการความสวยงามของแนวเชื่อม
  • ต้องใช้เครื่องเชื่อม AC TIG โดยเฉพาะ (เครื่อง DC TIG ทั่วไปสำหรับเหล็ก/สแตนเลส เชื่อมอลูมิเนียมได้ไม่ดี)
  • ความเร็วในการเชื่อมต่ำกว่า MIG มาก และต้องใช้ทักษะ/ความชำนาญสูงกว่า
สรุปง่ายๆ: งานผลิตจำนวนมาก งานหนา ต้องการความเร็ว → เลือก MIG | งานแผ่นบาง งานโชว์แนวเชื่อม งานที่ต้องการความประณีต → เลือก TIG ทั้งสองวิธีต้องใช้แก๊สอาร์กอนปกคลุมแนวเชื่อมเหมือนกัน เพื่อป้องกันอลูมิเนียมหลอมเหลวทำปฏิกิริยากับอากาศระหว่างเชื่อม

ไม่แน่ใจว่างานของคุณควรใช้เกรด/Temper ไหน?

ส่งรายละเอียดงานมาให้ทีมงานช่วยแนะนำเกรดและ Temper ที่เหมาะสมได้ฟรี